Thanon Song Prapha, Si Kan, Khet Don Mueang, Krung Thep Maha Nakhon 10210

09-52563258 ain0410@hotmail.com

Michel Basquiat ศิลปินกราฟฟิตี้ แห่งยุค 80

Michel Basquiat ศิลปินกราฟฟิตี้ แห่งยุค 80

พูดถึงงานศิลปะต้องบอกว่ามันเป็นศาสตร์ที่ไม่มีวันจบสิ้นเลย ศาสตร์ใหม่ๆเกิดขึ้นได้ตลอด รวมถึงการสร้างสรรค์งานศิลปะก็มีอะไรเกิดขึ้นใหม่ได้ตลอดเช่นกัน งานกราฟฟิตี้หลายคนอาจจะมองว่าเป็นแค่การพ่นสีทั่วไปของวัยรุ่น เอาจริงไม่ใช่แบบนั้น งานกราฟฟิตี้เป็นงานศิลปะที่มีศิลปินชื่อดังมากมาย วันนี้เราจะมาแนะนำคนหนึ่ง ให้รู้จักกัน

Michel Basquiat (ไมเคิล บาสเกีย) เค้าเป็นใคร

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักเค้าสักหน่อย เค้าเป็นศิลปินกราฟฟิตี้ตามประวัติบอกว่าเปิดในปี 1960 เมืองบรูคลิน แมนฮัตตันตอนล่าง นิวยอร์ค ตอนเด็กเค้าถือว่าเป็นเด็กอีกคนหนึ่งที่ใช้คำว่า ฉลาดเกินอายุกว่าได้ เค้าเป็นเด็กที่อ่านหนังสือได้เร็ว และ ทำความเข้าใจสิ่งที่อ่านได้เร็วกว่าคนอื่นเยอะเลยในวัย 4 ขวบด้วยกัน แต่ตอนอายุ 6 ขวบ เค้าโชคร้ายเกิดอุบัติเหตุถูกรถชนจนแขนหัก อวัยวะภายในบาดเจ็บจนต้องผ่าตัดม้ามออกไป ระหว่างที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล แม่ของเค้าเอาหนังสือเกี่ยวกับร่างกาย (อนาโตมี) มาให้เค้าอ่าน ไม่น่าเชื่อว่า หนังสือที่ดูจะหนักเกินไปสำหรับเด็ก 6 ขวบ ได้กลายเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เค้าชอบการวาดภาพเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ จนเป็นพื้นฐานความชอบทางด้านการวาดภาพในเวลาต่อมา ยังไม่หมด ต่อมาสิ่งที่เค้าสนใจก็คือ อักษรภาพเฮียโรกลิฟฟิคของอียิปต์(เด็กอายุ 10 ปี มาสนใจเรื่องแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก) จนกระทั่งเค้าอายุได้ 11 ปี เค้ามีความสามารถทางด้านการเขียน พูด และอ่านได้ถึงสามภาษาเลย คือ ฝรั่งเศส สเปน และ อังกฤษ คิดดูว่าเด็กอายุเท่านี้สามารถทำได้ถึง 3 ภาษามันเป็นเรื่องที่เด็กทั่วไปทำไม่ได้แน่นอน

จากความสามารถเกินเด็กของเค้าทำให้หลายคนเชื่อว่าอนาคตของเค้าต้องสดใสอย่างแน่นอน แต่ชีวิตก็ไม่มีอะไรแน่นอน ถูกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เค้าเป็นอีกคนหนึ่งที่ใช้คำว่า ใจแตกก็ว่าได้ หนีออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 15 ปี ไปอาศัยนอนตามบ้านเพื่อน อยู่กับกลุ่มคนไร้บ้าน พร้อมกับทำงานหาเลี้ยงชีพด้วยการขายเสื้อยืด และทำงานพาร์ทไทม์อื่นผสมกัน

จุดเริ่มต้นของงานกราฟฟิตี้

จากประวัติของเค้า มันมาถึงจุดตัดระหว่างตัวเค้ากับกราฟฟิตี้ตรงที่ ในช่วงปี 1978 เศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง ทำให้ย่านที่เค้าอาศัยอยู่อย่าง ย่านบรองซ์ กลายเป็นแหล่งเสื่อมโทรม มีตึกถูกทิ้งร้างมากมาย ซึ่งกลายเป็นแหล่งมั่วสุ่ม และเป็นแหล่งทำงานชั้นเยี่ยมของมือกราฟฟิตี้ทั้งหลาย ตอนนั้น บาสเกีย เลยจับมือร่วมกันกับเพื่อนซี้ของเค้าตั้งกลุ่มชื่อว่า SAMO ขึ้นมาเพื่อทำงานกราฟฟิตี้ในเชิงล้อเลียน เสียดสี สังคม งานของเค้ามีทั้งภาพวาด งานเขียนบทกลอน วลี ที่สั้นกระชับ ได้ใจความแต่แสบสันต์ประชดประชันดีเหลือเกิน

ความโด่งดังในฐานะศิลปิน

จากความสามารถในการสร้างกราฟฟิตี้ บาสเกีย ก็พัฒนางานของเค้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งเค้ามาเจอจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต นั่นก็คือ การได้พยายามเข้าไปพบกับ แอนดี้ วอร์ฮอล ศิลปินชื่อดังในยุคนั้น แล้วเค้าก็ทำสำเร็จด้วยการเข้าถึงตัว วอร์ฮอล พร้อมกับนำเสนองานศิลปะของเค้า วอร์ฮอลสนใจและซื้องานของเค้ากลับมาหนึ่งชิ้น จนกระทั่ง บาสเกีย ได้นำเสนอผลงานของเค้าในนิทรรศการศิลปะแห่งหนึ่ง ผลงานของเค้าโดดเด่นมากทั้งที่มีผลงานกว่า 1,600 ชิ้น แต่ของเค้าแตกต่างโดดเด่นกว่าใครทำให้เค้ากลายเป็นที่รู้จัก และ ก็เป็น วอร์ฮอล ที่ไปดึง บาสเกีย มาทำงานร่วมกัน พร้อมกับ อุปถัมภ์เรื่องการใช้ชีวิตในช่วงแรกจากนั้น บาสเกีย ก็ทำงานศิลปะของตัวเองเรื่อยมาพร้อมกับสั่งสมประสบการณ์ จนกลายเป็นศิลปินกราฟฟิตี้ชื่อดังที่สุดในยุคนั้น งานของเค้าเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนยุคหลังในเรื่องของการเหยียดเชื้อชาติอีกด้วย น่าเสียดายที่เค้าจากโลกนี้เร็วเกินไป เพราะพิษของเฮโรอีน เท่านั้นเอง