Thanon Song Prapha, Si Kan, Khet Don Mueang, Krung Thep Maha Nakhon 10210

09-52563258 ain0410@hotmail.com

กราฟฟิตี้ในต่างประเทศได้รับความนิยมแค่ไหน

กราฟฟิตี้ในต่างประเทศได้รับความนิยมแค่ไหน

ขึ้นชื่อว่างานศิลปะไม่ว่าจะเป็นแขนงไหน นำเสนอในรูปแบบใด ผู้คนทั่วไปก็สามารถเข้าถึงได้ไม่ยาก เป็นเหมือนภาษาสากลที่ทุกคนเรียนรู้ได้โดยธรรมชาติ เมื่อมองแล้วเป็นสุขก็เป็นสุขเหมือนๆ กัน เมื่อมองแล้วต้องหยุดคิดก็หยุดแล้วได้ข้อคิดเหมือนกันหมด กราฟฟิตี้ก็ถือได้ว่าเป็นผลงานศิลปะเช่นเดียวกัน หากแต่ต้นกำเนิดและความแตกต่างในการนำเสนออาจทำให้หลายคนตีกรอบตั้งแง่ไปบ้าง แต่เมื่อทำใจให้เป็นกลางก็จะรู้ว่าคุณค่าของกราฟฟิตี้ก็มีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ศิลปะที่เป็นองค์ประกอบใหม่ของวัฒนธรรมฮิปฮอป

            สิ่งแรกที่คนมักใช้ในการตัดสินว่าอะไรดีหรือไม่ดีก็คือภาพลักษณ์ และภาพลักษณ์ของกราฟฟิตี้ในช่วงแรกๆ นั้นก็ต้องยอมรับว่าดูไม่ค่อยดีเท่าไร เป็นเหมือนกลุ่มคนที่สร้างความวุ่นวาย สร้างความสกปรกเลอะเทอะให้กับข้าวของซึ่งเป็นสมบัติสาธารณะ กลุ่มคนที่นิยมศิลปะแนวกราฟฟิตี้มากก็คือกลุ่มฮิปฮอปที่คนภายนอกจำนวนไม่น้อยมองเห็นแต่ด้านที่ไม่ค่อยดี จะด้วยการนำเสนอข่าวสารของสื่อ วิธีการทำงานหรืออะไรก็แล้วแต่ ทั้งหมดทั้งมวลมันจึงรวมกันเป็นปัจจัยส่งเสริมให้กราฟฟิตี้ดูเป็นกิจกรรมที่ไม่สร้างสรรค์มากขึ้น

แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ผู้คนเริ่มมีสื่อเป็นของตัวเอง การนำเสนอมุมมองที่แปลกใหม่จึงได้รับอิสระมากขึ้นและถูกบิดเบือนน้อยลง คนรุ่นใหม่ยอมรับความเป็นฮิปฮอปพร้อมกับชื่นชอบกราฟฟิตี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีการเรียนการสอน มีการส่งต่อองค์ความรู้และพัฒนาต่อยอด ทำให้กราฟฟิตี้ยกระดับเป็นผลงานศิลปะอย่างเต็มรูปแบบ และมันก็กลายเป็นวัฒนธรรมอีกส่วนหนึ่งของกลุ่มฮิปฮอปไปด้วย เห็นได้ชัดมากในต่างประเทศ ว่ามีการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินได้แสดงผลงานกันอย่างกว้างขวาง เป็นผลงานที่สวยงามและยังทำประโยชน์ให้กับสังคมได้ด้วย

จากสิ่งที่หลายคนดูถูกสู่สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงโลก

            หากลองมองย้อนไปในประวัติศาสตร์ อะไรที่เป็นสิ่งแปลกใหม่ ในช่วงแรกก็มักจะได้รับการต่อต้านเสมอ แล้วก็ต้องใช้เวลาสักระยะกว่าผู้คนจะยอมรับและหันกลับมาชื่นชม กราฟฟิตี้ก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าในบ้านเราจะยังไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายนัก แต่กราฟฟิตี้ได้รับความนิยมสูงมากในต่างประเทศ ผลงานได้รับการยกย่องและยอมรับมากขึ้น ทำให้กลุ่มศิลปินเองมีโอกาสได้ฝึกฝนและเปิดมุมมองเกี่ยวกับศาสตร์แห่งศิลปะให้กว้างขึ้น พอถึงจุดหนึ่งกราฟฟิตี้ก็กลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนแปลงโลกไปโดยอัตโนมัติ

ผู้คนไม่จำเป็นต้องไปดูงานศิลปะในมิวเซียมหรืองานจัดแสดงเฉพาะกิจกันอีกแล้ว เพราะศิลปะแฝงอยู่ในทุกที่ แถมยังเป็นงานศิลป์ที่ตรงไปตรงมา สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย กลุ่มศิลปินผู้วาดภาพกราฟฟิตี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มมาจากการเรียนองค์ประกอบศิลป์ แต่พวกเขาเริ่มจากความรัก บ่มเพาะผลงานจากประสบการณ์ชีวิต แนวคิดและปรัชญาที่ได้มาล้วนต้องก้าวผ่านปัญหาที่ถาโถมทั้งหนักและเบา การสื่อสารผ่านกราฟฟิตี้จึงเข้าถึงใจผู้อื่นได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องตีความ ไม่ต้องหาความหมาย ที่สำคัญคือมันอยู่ในทุกที่ทุกผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นตลาด กำแพงทางเดิน ลานอเนกประสงค์ หรือแม้แต่อาคารสูงที่เปิดให้แสดงผลงานบนผนังกำแพงนั้นได้

อีกไม่นานเกินรอ พวกเราคงจะเข้าใจในความหมายของ Pop Culture กันมากขึ้น และงานกราฟฟิตี้ก็จะไม่เหลือเค้าโครงของความสกปรกเลอะเทอะอีกต่อไป ไม่ใช่ศิลปะที่อยู่ในสลัม ไม่ใช่ศิลปะที่เกิดจากคนหยาบกร้าน แต่มันจะกลายเป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่ผู้คนทุกชนชั้นใช้เพื่อแสดงทัศนคติ แสดงรากเหง้าของวัฒนธรรม พร้อมกับประยุกต์ใช้งานเพื่อสร้างสรรค์ให้บ้านเมืองสวยงามสะดุดตามากกว่าการเป็นสิ่งปลูกสร้างธรรมดาที่เสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ